Slappy Cakes อยากกิน ต้องทำเอง แพนเค้กเจ้าอร่อย ภาพจาก Olympus OM-D EM10

Slappy Cakes อยากกิน ต้องทำเอง แพนเค้กเจ้าอร่อย ภาพจาก Olympus OM-D EM10

ทริปสิงคโปร์ครั้งนี้มอบหมายให้ร้าน Slappy Cakes นี้ให้เป็นหน้าที่ของ Olympus OM-D E-M10

"ด้วยความที่ได้กล้องมาเพียง 2 วัน ก่อนเดินทาง...
บอกตามตรงเลยน่ะครับ ไม่ได้ศึกษาฟังชั่นที่แพรวพราว ของกล้องตัวนี้เลย"

วันที่นำกล้องตัวนี้มาถ่ายรูปก็ใช้โหมด M เป็นโหมดที่ถนัดที่สุด ปรับค่า รูรับแสง, Speed Shutter, และ ISO

โหมด M ว่ากันว่า ถ่ายยาก แต่ถ้าถ่ายภาพอาหาร ง่ายมากเลยครับ
เพราะว่า วัตถุอยู่นิ่งไม่เคลื่อนที่ไปใหนได้เอง
ทำให้เรามีเวลาคิดว่าจะปรับกล้องอย่างไร

แต่ถ้าคิดนานจนหิวซะก่อน ก็ต้องเลิกถ่ายกันไป 555

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Olympus PEN Club ได้ที่ www.facebook.com/penclubthailand

ความประทับใจแรกเห็น Olympus OM-D E-M10 ตัวนี้หน้าตา Retro สไตล์ย้อนยุค ต้องยอมรับในความ "หล่อ" แบบเกินคาด

ประทับใจที่สุดคงเป็นเรื่องของ การออบแบบให้เข้ากับพฤติกรรมของคนใช้กล้องได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากว่าได้รับกล้องมาก่อนวันเดินทางเพียง 2 วัน ทำให้ไม่ได้อ่านคู่มือการใช้กล้อง
วันที่ถ่ายจริงก็ทำความเข้าใจกับฟังชั่นพื้นฐานต่างๆ ไม่เกิน 15 นาที ก็สามารถเข้าถึงเมนูต่างๆ ได้ง่าย
แต่ก็ยังมีฟังชั่น และเทคนิคพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต้องศึกษาเพิ่ม

ภาพทุกภาพในรีวิวนี้ มาจาก Olympus OM-D E-M10
โดยไม่ได้ผ่านโปรแกรมตกแต่งภาพใดๆ ทั้งสิ้น
ขอเชิญได้ตามอัธยาศัย

ประเด็นหลักของรีวิว ยังคงเป็นร้านอาหารเหมือนเดิมนะครับ

Slappy Cakes ถ้าดูตามที่ตั้ง Resorts World Sentosa 26 Sentosa Gateway
นักท่องเที่ยวแบบเราๆ ท่านๆ ไม่ทราบหรอกครับว่าอยู่จุดไหนของ Sentosa

แต่ถ้าบอกว่า ร้านนี้ตั้งอยู่ หน้าทางเข้า Universal Studios Singapore บริเวณลูกโลก ทุกคนเข้าใจครับ

การเดินทางไปยัง Slappy Cake จาก ห้าง VIVO จะมี Monorail ไปส่งด้านในของ Sentosa
ถ้าเราจะไป Slappy Cake หรือ Universal Studios Singapore ก็นั่งมาลงที่สถานี Waterfront
จากสถานีเดินมา ไม่เกิน 2 นาที

ภาพหน้าร้าน
วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจครับ เมฆฝนคลึ้มดำ และมีฝนตกตลอดวัน หาแดดไม่เจอ

Slappy Cakes ลุงเด้ง ป้าไก่ เคยไปทานที่สาขาแรกมาแล้วที่ Portland, Oregon USA เมื่อต้นปีนี้เองครับ

ร้านนี้ให้บริการแพนเค้กแบบ "one of a kind dining experience" และได้รับการกล่าวถึงอย่างมากมายจากสื่อในอเมริกา

บรรยากาศภายในร้าน
กล้อง Mirrorless ส่วนมากเวลาถ่ายภาพจะมองภาพจากจอ LCD เป็นหลัก เพราะจอมีขนาดใหญ่ถึง 3 นิ้ว และปรับองศาก้มเงยได้

แต่ตอนที่ถ่ายภาพนี้ลุงเด้ง ปรับค่า f ที่ 6.3 กลัวจะไม่ชัด เพราะว่าไม่คุ้นมือ
ต้องมองผ่านช่องมองภาพ EVF (ให้กล้องติดหน้าไว้ก่อน จะได้มั่นคง และมือไม่ไหว)
ภาพที่มองเห็น ให้ความรู้สึกต่างจากกล้อง DSLR มากมาย
เพราะว่า เวลาเราปรับค่าต่างๆ ความสว่าง และสีสรรคของภาพปรับตามไปด้วย (งง ซิครับ)

ฟังก์ชั่นนี้ช่วยให้การปรับความสว่างของภาพแม่นยำมากขึ้น - แต่เราก็ต้องชินกับความสว่างของภาพที่เห็นในกล้องด้วยนะครับ

ทุกโต๊ะในร้านจะมีกระทะไฟฟ้า ทรงสี่เหลี่ยมพื้นราบ สำหรับทอดแพนเค้ก มีที่ปรับระดับไฟ
และอาวุธในการทอดแพนเค้กครบมือ

บรรยากาศภายในร้าน มุมสุดท้ายละครับ

แพนเค้กแล้วครับ แต่มาต้องทำให้สุกเองนะ เพราะนี่คือ "one of a kind dining experience"
อยากได้แพนเค้กชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก อย่างหนา หรือ อย่างบาง ต้องทำเองนะครับ

แป้งแพนเค้ก มีให้เลือก 5 แบบ
Butter milk / Whole Grain / Peanut Butter / Chocolate / Zucchini

ส่วนผสมอื่นๆ มีทั้งแบบหวาน ซึ่งก็จะเป็นผลไม้ต่างๆ และ Chocolate
หรือจะเป็นส่วนผสมแบบเค็มก็มี เบคอน ใส่กรอก ชีส และอื่นๆ

Topping ก็มีหลายชนิดให้เลือก

แต่ทุกชิ้นก็มีราคาค่างวดต่างกันไปนะครับ

ก่อนทำแพนเค้กต้องเอาเนยทากระทะก่อนครับ

กระทะร้อนแล้วก็หยอดแพนเค้ก ได้ตามต้องการเลยครับ
มันสนุกตรงนี้แหละครับ เพราะได้ทำเอง 555

Raspberries ถ้วยนี้ราคา 3.00 เหรียญ (ประมาณ 75 บาท)

ตั้งใจขนาดนี้เลยครับ แพนเค้กแต่ละชิ้น ไล่ระดับกันอย่างที่เห็น
น้องพนักงานเสิร์ฟ เธอเดินมาดูแล้วยิ้มให้ด้วยนะ 555

แพนเค้กพร้อมแล้ว น้ำเชื่อมไซรัป ราดให้ชุ่มเลยครับ

ป้าไก่ราดน้ำเชื่อมไซรัปซะเพลิน ลุงเด้งก็ถ่ายรูปซะเพลิน
มันเยอะไปแล้วครับ 5 5 5

สุดท้ายตกแต่งด้วย Raspberries กับ กล้วย ก็น่าทาน เลิศหรูซะจริงๆ

ภาพนี้เห็นถึงการคำนวน White Balance ได้แม่ยำมาเลยครับ คุณภาพของ File อยู่ในเกณ์ที่น่าประทับใจ

ผลงานของการนั่งทำแพนเค้ก จับมาเรียงกัน ถ่ายรูป โอ้ย... เหนื่อย
แต่เห็นผลงานแล้วก็ สวย น่ากิน จริงๆ

หลังจากจานนี้ก็ยังมีแป้งแพนเค้กเหลืออยู่นะครับ แต่ไม่สวยอย่างนี้แล้วละครับ 555
มื้อนี้จ่ายไป 19.40 เหรียญ

บทสรุป
ร้าน Slappy Cakes จุดเด่นอยู่ที่ "Make your own pancake, right at your table"
ถ้าทานเป็นครอบครัวจะได้มีกิจกรรมร่วมกัน และร้านี้ได้รับการยกย่องให้เป็น "America's Best" โดย Food Network

Olympus OM-D E-M10

สิ่งที่ประทับใจ
- ปุ่มควบคุมหลัก 2 ปุ่มที่เป็นหมุนได้บนตัวกล้องด้านขวา ใช้ง่าย และเข้ากับพฤติกรรมของคนใช้กล้องได้เป็นอย่างดี
เพราะตอนที่ถ่ายรูปลุงเด้งก็ใช้เพียง 2 ปุ่มนี้แหละครับ ในการควบคุมกล้อง
- รูปทรงของตัวกล้อง หลายสำนักลงความเห็นกันว่า "หล่อ" มากๆ
- ระบบกันสั่น 3 ทิศทาง ได้ผมดีเยี่ยม เพราะบางภาพที่ตอนถ่ายมือไม่นิ่ง แต่ภาพออกมาก็ชัดเจน อยู่ในขั้นที่ยอมรับได้
- ฟังชั่น WiFi ที่เชื่อต่อกับ SmartPhone ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้วในกล้องทุกรุ่น
- คุณภาพของภาพที่ได้ อยู่ในระดับที่ดีมาก

ข้อด้อย
ความเล็กของกล้องตัวนี้ไม่เหมาะเลยสำหรับคนตัวใหญ่
เพราะลุงเด้งสูง 180 cm ถ้าถือกล้องมือเดียว เวลาจับกล้องรุ่นนี้ จับได้เพียง 3 นิ้วเท่านั้น
นิ้วโป้งอยู่ด้านหลัง นิ้วชี้กดชัดเตอร์ นิ้วกลางยึดกล้องด้านหน้า - นิ้วนาง และ นิ้วก้อย อยู่ใต้กล้องแล้วครับ

เพราะฉนั้นเวลาจะถ่ายรูปต้องถือกล้อง 2 มือ
ถ้าจะถ่ายรูปมือเดียว ต้องมีที่คล้องแขน กันหล่นนะครับ

แต่ถ้าเป็น OM-D E-M1 รุ่น TOP ในปัจจุบันี้
เหมาะมือลุงเด้งแน่นอน เพราะมี BODY และกริป ที่ใหญ่กว่า

ชื่อร้าน : Slappy Cakes
ที่ตั้ง : Resorts World Sentosa 26 Sentosa Gateway (หน้าทางเข้า Universal Studios Singapore บริเวณลูกโลก)
เวลา : 8.00am - 9.30pm
เว็บไซต์ http://www.slappycakes.com.sg/

การเดินทางไปสิงคโปร์ครั้งนี้ ลุงเด้ง นำกล้องไปลองใช้ 4 ตัว
1. CANON 6D + EF 24-105mm f/4L IS USM (เริ่มใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2556 ยังไม่มีโครงการที่จะเปลี่ยน ถนัดมือมาก)
2. SONY NEX 5 (ตัวนี้ของป้าไก่ ใช้เป็นประจำ)
3. GoPro Hero3+ ซื้อที่ King Power สิทธิเดือนเกิด 30% ซื้อก่อนเดินทางประมาณ 7 วัน
4. Olympus OM-D E-M10 + M.ZUIKO DIGITAL ED 14-42mm f3.5-5.6 (ตัวนี้ Olympus ส่งมาให้ลองใช้)

Leave a comment