กินๆ เที่ยวๆ ตามโปรแกรม ญี่ปุ่น โตเกียว ฟูจิ คามาคุระ 5 วัน 3 คืน บิน Jet Asia

กินๆ เที่ยวๆ ตามโปรแกรม ญี่ปุ่น โตเกียว ฟูจิ คามาคุระ 5 วัน 3 คืน บิน Jet Asia

สวัสดีครับ เที่ยวญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 นี้ ลุงเด้ง ป้าไก่ เลือกเดินทางไปกับ Smiling Japan
โดยมี KoreaFanClub เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

โปรแกรมการท่องเที่ยว โตเกียว ฟูจิ คามาคุระ 5 วัน 3 คืน บิน Jet Asia
ก่อนออกเดินทาง ประมาณ 3 วัน จะมีหัวหน้าทัวร์รมานัดเวลา
เพื่อพบกับทีมงานที่สนามบินเมื่อถึงสนามบินก็จะแจกโปรแกรมทัวร์

หัวหน้าทัวร์ที่จะเดินทางร่วมไปกับคณะ เพื่อดูแล และอำนวยความสะดวกให้กับลูกทัวร์ตลอดการเดินทางและที่ญี่ปุ่นก็จะมีไกด์ อีก 1 คนคอยดูแลตลอดการเดินทางเช่นกัน

วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ– นาริตะ (โตเกียว)
21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D ประตูทางเข้า 2-3
เดินทางด้วยสายการบินเจ็ทเอเชีย (JF) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

Jet Asia เป็นสายการบินให้บริการเช่าเหมาลำเส้นทางกรุงเทพ นาริตะ
เคาน์เตอร์สายการบิน ปิด 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก ดังนั้นเรื่องการตรงต่อเวลาในการเดินทางนี่เป็นหัวใจสำคัญเลยครับ

น้ำหนักกระเป๋า ได้สูงสุดคนละ 23 กิโลกรัม

ได้ Boarding Pass มาเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับ
ใบตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ของประเทศไทย
ใบตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ของประเทศญี่ปุ่น
และ Customs Declaration (ใบผ่านศุลกากร) ของประเทศญี่ปุ่น

00.45 น. ได้เวลา Boarding พร้อมออกเดินทางสู่ นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน Jet Asia เที่ยวบินที่ JF 988
ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง กรุงเทพ - นาริตะ 6.30 ชั่วโมง

วันนี้ใช้ GATE หมายเลข F2A

วันนี้ใช้ GATE หมายเลข F2A ไม่มี สะพานเทียบเครื่องบิน ต้องนั่งรถบัส ไปยังตัวเครื่อง

เครื่องบิน นี่ก็จอดซะเกือบสุดทาง

ภายในเครื่องบินเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 767-200 ที่นั่ง 2 - 3 - 2

สภาพเครื่องบินใช้งานมานานพอสมควรเลยครับ
เบาะนั่งสำหรับคุณผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างป้าไก่ สบายๆ ไม่มีปัญหาครับ

สำหรับลุงเด้ง ที่มีความสูง 178 จะมีปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างเบาะหน้า-หลัง คับแคบไปซักนิดนะครับ

ห้องน้ำไม่ได้มีอะไรพิเศษ มีทิชชู่ สบู่เหลว และก็ก้อนดับกลิ่น

บนเครื่องจะเริ่มให้บริการของทานเล่น โก๋แก่ คนละ 1 ซอง พร้อมน้ำผลไม้ น้ำอัดลม ต่างๆ

Inflight magazine มีชื่อว่า Jetsetter
ดังนั้นนิตยสาร หรือ การฟังเพลงจาก Smart Phone ส่วนตัวช่วยได้มากเลยครับ

บนเครื่องไม่มี PTV ถ้าใครต้องการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ทาง JetAsia ก็มี iPad ให้เช่าในราคา 300 บาท

หลังจากเสิร์ฟของว่าง ก็มีบริการน้ำดื่ม อีก 1 รอบ หลังจากนั้นก็จะปิดไป เพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนประมาณ 3 ชั่วโมง
ระหว่างนี้ ก็มีพนักงานเดินเสิร์ฟน้ำเป็นช่วงเวลา หรือผู้โดยสารจะเดินไปขอรับน้ำเองก็ได้ตามสะดวก

จะให้บริการอาหารอีกครั้ง 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องลงจอด

อาหารเช้าของลุงเด้ง ปลาทอดผัดเปรี้ยวหวาน ครัวซ็อง ผลไม้ และเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ

อาหารเช้าของป้าไก่ ไข่ออมเลต ไส้กรอกไก่

เครื่องดื่ม บางส่วนที่บริการบนเครื่องตลอดการเดินทาง

เครื่องลงจอดที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่นเวลา 9.15 (เวลาท้องถิ่น)
ที่ประเทศญี่ปุ่นเวลาจะเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง

วันที่ 2 : นาริตะ - คามาคุระ - นั่งเรือโจรสลัด - โอวาคุดานิ – ออนเซ็น
นาริตะ - คามาคุระ - ฮาโกเน่ – นั่งเรือโจรสลัด - โอวาคุดานิ – ออนเซ็น
ลงจากเครื่อง เดินตามหัวหน้าทัวร์
1. ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ตม.
2. รับกระเป๋าที่สายพาน
3. รวมกลุ่มเพื่อเดินไปยังรถบัส เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามโปรแกรม
(ช่วงนี้ ถ้ารู้สึกหิว ให้ตัดสินใจซื้อ ข้าวปั้น หรือขนมได้เลยนะครับ มีร้านสะดวกซื้อในสนามบิน)

ออกเดินทางสู่ เมืองคามะคุระ เป็นเมืองเงียบเล็กๆ ทางตอนใต้ของโตเกียว
แวะทานข้าวที่ร้าน Restaurant Ajitei เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อ มีร้านขายของที่ระลึก
และขนมของฝาก จากเมืองคามะคุระแห่งนี้ ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้าม Kamakura Daibutsu, Great Buddha
http://www.ajitei.jp/menu/index.html

รายการอาหารมื้อนี้ที่คณะทัวร์จัดให้มีชื่อว่า SOUSYU เป็นชุดข้าวหน้าไก่
ประกอบด้วย ซุป บะหมี่เย็น และเครื่องเคียงจัดไว้สวยงามเสิร์ฟเป็นชุด

ชุดเครื่องเคียงจัดแต่งสวยงาม

Restaurant Ajitei เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม จัดมาแบบสวยงาม

อาหารจานหลัก เสิร์ฟมาในเข่งไม้ เหมือนที่นึ่งติ่มซำ ด้านในเป็นข้าวปรุงรส ด้านหน้าจะเป็นไก่อบแบบแห้ง สไลด์มาเป็นชิ้นบางๆ วางอยู่ด้านบน

ซุป

บะหมี่เย็น

อิ่มแล้วก็ออกเดินทางไป กราบนมัสการ พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu, Great Buddha) ซึ่งไม่ไกลเลยครับ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านอาหารนี้แหละ 555

วัดโคโตกุอิน เป็นที่ตั้งของ พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu, Great Buddha)

ก่อนเข้าวัดในญี่ปุ่น ต้องทราบขึ้นตอนปฏิบัติตามนี้นะครับ
1. เมื่อถึงประตูใหญ่ทั้งตอนขาเข้าและขาออก โค้ง เพื่อแสดงความเคารพพระจักรพรรดิและสถานที่อันศักด์สิทธิ์
2. เมื่อถึง Temizuya ซุ้มชำระล้าง ล้างมือและปากก่อนเข้าศาลเจ้า

วิธีการชำระล้างร่างกายก่อนเข้าศาลเจ้า
1. จับกระบวยด้วยมือขวา ตักน้ำให้เต็ม และเทรินลงมือซ้าย
2. จับกระบวยด้วยมือซ้าย เทรินลงมือขวา
3. จับกระบวยด้วยมือขวา เทน้ำลงมือซ้าย นำน้ำมาล้างรอบๆ ปาก (ห้ามบ้วนปาก หรือดื่ม)
4. ยกกระบวยขึ้นตามในภาพ เพื่อให้น้ำไหล ลงมาตามด้ามจับ ถือเป็นการทำความสะอาดกระบวย เพื่อให้คนต่อไปได้ใช้

การทำบุญอธิฐาน
หน้าศาลเจ้าด้านในจะมีกล่องไม้ขนาดใหญ่ มีซี่ตะแกรงไม้
1. โยนใส่เหรียญลงในกล่อง
2.โค้งสองครั้ง ช้าๆ แบบญี่ปุ่น
3. ปรบมือสองครั้ง
4. ขอพร
5. โค้งช้าๆ แบบญี่ปุ่น อีก 1 ครั้ง ถือเป็นอันจบขั้นตอน

พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu, Great Buddha) คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักกันในนาม Daibutsu ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “พระพุทธองค์ใหญ่” แต่น้อยคนที่ทราบว่าชื่อจริงของ Daibutsu ที่ Kamakura องค์นี้คือ พระอมิตตาพุทธ นิโอยุราอิ (Amida Nyoyurai)

พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu, Great Buddha) ตั้งอยู่ภายใน วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple)

องค์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างจากสำริด เสร็จเมื่อปี พ.ศ.1795 ความสูงรวมฐานอยู่ที่ 13.35 เมตร
เฉพาะตัวองค์พระนั้นสูง 11 เมตร น้ำหนักราว 122 ตัน

ใกล้ๆ วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple) มีร้านขายของทอด เห็นเราไปด้อมๆ มองๆ ก็เลย
บอกว่ามันบดทอดของทางร้านอร่อยที่สุด ก็เลยจัดมา 1 ชิ้นครับ

Sweet Potato Crockett ราคา 200 เยน

นั่งเรือโจรสลัด ล่องทะเลสาบอาชิ (lake ashi) อยู่ในวนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ เป็นทะเลสาบที่ก่อตัวจากลาวาของภูเขาไฟ ฟูจิ ทะเลสาบอาชิ ได้ ชื่อว่า เป็นทะเลสาบ ที่สวยที่สุด 1 ใน ทะเลสสาบ 5 แห่ง ที่ล้อมรอบ ภูเขาไฟภูจิ ชมวิวสวยของสองฟากฝั่งทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยขุนเขา

ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 15-20 นาที

บรรยากาศภายในเรือโจรสลัด

จุดหมายต่อไป “หุบเขาโอวาคุดานิ” หรือ “หุบเขานรก” ที่มีควันพวยพุ่งฟุ้งกระจายออกมาจากรอยแยกของแผ่นดิน

บนหุบเขานี้ลมแรงมากนะครับ อุณหภูมิประมาณ 5 องศา

หุบเขาโอวาคุดานิ จะมี “บ่อน้ำแร่” ที่อุดมไปด้วยแร่กำมะถัน ที่สามารถทำให้เปลือกไข่กลายเป็นสีดำ

“ไข่ดำ” จาก หุบเขาโอวาคุดานิ เชื่อกันว่า เมื่อกินไข่ดำ 1 ฟอง จะทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น 7 ปี
ทางทัวร์จัดให้ชิมกันคนละ 1 ลูก ถ้าชอบเค็มก็โรยเกลือที่ทางร้านจัดให้

ไข่ดำ ดำดีจริงๆ เหมือนไข่ต้มทั่วไป เนื่องจากอากาศบนนี้หนาวมาก
"เอามือจับไข่" ก็ช่วยให้อุ่นขึ้นเยอะเลย 555

ที่ร้านก็มี Hello Kitty จัดไว้ให้ถ่ายรูป

อาหารมื้อเย็นที่รอคอย บุฟเฟ่ต์ ขาปูยักษ์ ที่จัดมาแบบไม่อั้น
คณะของเราทานที่ โรงแรม Tominoko Hotel ซึ่งเราก็จะพักค้างคืนกัน 1 คืน
และเป็นโรงแรมที่ ให้บริการออนเซ็น (แช่น้ำแร่) สำหรับแขกที่เข้าพักทุกท่าน

จัดมาในตระกร้าสีขาวสะอาดตา เสิร์ฟแบบเย็น
ขาปูแต่ละขาใหญ่ และยาวมากๆ หัวหน้าทัวร์จัดน้ำจิ้มซีฟู้ดมาให้ด้วยครับ

แรกๆ ยังไม่ชำนาญ ซักพักทางไกด์มาสอนวิธีแกะเนื้อออกจากขาปู สวยงามประมาณนี้เลยครับ

ไม่ได้มีแค่ขาปูยักษ์ แต่อย่างอื่นก็ไม่ให้เลือกทานพอสมควร
ชาบูเนื้อสไลด์ (หม้อรวม) คีบลงในหม้อน้ำเดือน 3 วินาที คีบใส่ชามราดน้ำจิ้มพอนสึ อร่อย นุ่ม มากๆ

อาหารอื่นๆ

ข้าวแกงกระหรี่ แกะเนื้อขาปู มาวางประดับ เพิ่มมูลค่าความอร่อยขึ้นเยอะเลยครับ

น้ำจิ้มซีฟู้ด ขาดไม่ได้เลยครับ

Tominoko Hotel ตั้งอยู่ที่ ทะเลสาบ Kawaguchi-ko ที่ห้องพักสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ชัดเจน

ภายในห้องพัก

ห้องพักสะดวกสบาย ดีกว่าที่คาดไว้เยอะเลย

ปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วย การแช่น้ำแร่ ออนเซ็น ส่วนนี้ไม่มีภาพนะครับ 555

วันที่ 3 : ภูเขาไฟฟูจิ – โตเกียว – วัดอะซะกุซ่า – ชินจูกุ

เช้าตื่นขึ้นมา มองไปที่กระจก ตกใจสุดขีด ภาพภูเขาไฟฟูจิ มาปรากฏอยู่ที่กระจกห้องนอน ชัดเจ๋ว
(เมื่อคืนเข้ามาค่ำแล้ว มองไม่เห็นอะไรเลย)

จัดการเก็บของ Check Out แล้วลงมาถ่ายรูปที่หน้าโรงแรมทันที

ด้านหน้าของโรงแรมมีทะเลสาบ Kawaguchi-ko โดยมี ภูเขาไฟฟูจิ เป็นฉากหลัง

ฟูจิ อีกซัก 1 ชุด

กองทัพเดินด้วยท้องครับ ต้องเผื่อเวลาไว้ทานอาหารเช้าของโรงแรมด้วย
ซึ่งที่โรงแรมนี้อาหารเช้าก็หลากหลายพอสมควร ที่สำคัญคือ อร่อยด้วยนะซิครับ

แบบฝรั่งก็มี

ไข่กุ้ง ความจริงคือไข่ปลา จัดมาเป็นก้อนๆ เลยครับ

ไข่ลวกออนเซ็น

ออกเดินทางต่อไปชมภูเขาไฟฟูจิ แบบใกล้ชิด แต่วันนี้สภาพอากาศไม่อำนวย ขึ้นได้เพียงขั้นที่ 2 เท่านั้น แต่จะขั้นไหนก็ไม่สำคัญเพราะ ลุงเด้ง ป้าไก่ ได้ภาพภูเขาไฟฟูจิ แบบสวยงามแล้วที่หน้าโรงแรม

สถานที่ต่อไปคือ Fujiten หนึ่งในลานสกีที่ขึ้นชื่อของโตเกียว

จริงๆ แล้ว ลุงเด้ง ป้าไก่ ชอบเล่นสกีมากๆ แต่ด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมงที่เราจะอยู่ใน Fujiten ก็คงจะไม่พอ ก็เลยชมวิว เก็บภาพ ไปเรื่อยๆ น่าจะเหมาะกว่า

ชอบรูปนี้ที่สุดครับ 555

ใครอยากหัดเล่นสกี ก็มาเรียนได้ที่นี่ครับ

ภายใน Fujiten ก็มีร้านอาหารนะครับ หลบหนาวมาจิบชา กาแฟ ร้อนๆ ที่นี่ก็ได้

ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วครับ ออกเดินทางไปยังร้าน Sakura - Buffet Style Restaurant

Sakura - Buffet Style Restaurant เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ แบบปิ้งย่าง และอื่นๆ อีก มากมาย จริงๆ นะครับ

เนื้อ - หมู - ไก่

ซูชิ หน้าต่างๆ

และอื่นๆ อีกมากมาย

มาญี่ปุ่นครั้งนี้ ต้องบอกว่า พุงกาง ทุกมื้อครับ

ออกเดินทางต่อเข้าไปยังใจกลางเมืองโตเกียว

ไกด์ญี่ปุ่นแจ้งมาว่า ตอนนี้รถทัวร์ไม่สามารถเข้าไปจอดใกล้กับ โตเกียวสกายทรี ได้เลยต้องพามาถ่ายรูปที่มุมนี้ครับ

หอคอยที่สูงที่สุดในโลก“โตเกียวสกายทรี” (Tokyo Sky tree) เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา... มีความสูง 634 เมตร ชนะแชมป์เก่าคือหอคอยแคนตันทาวเวอร์ที่นครกว่างโจวของจีน ซึ่งมีความสูง 600 เมตร และหอซีเอ็น ทาวเวอร์ ในนครโทรอนโตของแคนาดา มีความสูง 553 เมตร

หลังจากถ่ายรูป “โตเกียวสกายทรี” (Tokyo Sky tree) แล้วก็เดินไปยังวัด “วัดอะซะกุซ่าแคนนอน” (Asakusa Kannon)
ระหว่างทางก่อนเข้าวัด เจอต้นซากุระกำพลังออกดอก ซึ่งมีเพียงต้นนี้ต้นเดียวเท่านั้นที่เริ่มมีดอก

วัดเซ็นโซจิ (SENSOJI) หรือที่เรียกกันว่าวัดอาซากุสะ (ASAKUSA TEMPLE) เพราะที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 628-645

วัดนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า มีสองพี่น้องตระกูล ฮิโนะคูมะ (HINOKUMA)ผู้มีอาชีพหาปลา ณ วันหนึ่งได้มาหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ แล้วได้เหวี่ยงแหพบกับ เทวรูปคันนง ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาเข้าโดยบังเอิญ และแม้ว่าคนทั้งคู่จะนำรูปปั้นนี้กลับไปคืนแม่น้ำอีกสักกี่ครั้ง ก็จะมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของคนทั้งสองเสมอ ดังนั้น ด้วยความศรัทธาของสองพี่น้องและชาวบ้านของ หมู่บ้านละแวกนั้น จึงได้อัญเชิญเทวรูปคันนงประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้

ภายในวัดมีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตร ได้ชื่อว่าเป็น “โคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
โคมไฟนี้แขวนอยู่ที่ “คามินาริมง" (ประตูฟ้าคำรณ)

ประตูฟ้าคำรณ สร้างในปี 1960 ทั้งสองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลผู้รักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน (FUJIN)เจ้าแห่งสายลม มีอำนาจต่อสายลม แสงแดดและเมฆหมอก รูปองค์สีดำมืดเหมือนเมฆฝน หน้าตาน่ากลัว ห่มหนังเสือดาว มีถุงลมใหญ่พาดไหล่ทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่ทางด้านขวา ส่วนด้านซ้าย คือ ไรจิน (RAIJIN) เจ้าแห่งอสุนีบาต รูปองค์สีแดง มีกลองเป็นเครื่องมือในการทำให้ฟ้าแลบและฟ้าผ่า

ถัดจาก ประตูฟ้าคำรณ ภายในบริเวณวัดจะมีถนนนาคามิเซะ(NAKAMISE)
เป็นถนนคนเดินมีร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง อาหาร-ขนมหวาน ของเล่นโบราณ และเครื่องรางเพื่อความโชคดี ได้บรรยากาศซื้อของแบบญี่ปุ่นดีครับ

จากนั้นก็พาไปเดิน Shopping ที่ย่าน ชินจูกุ เดินเล่นได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

อาหารเย็นของวันนี้ เป็น บุฟเฟ่ต์ ชาบู ร้าน Mo-Mo-Paradise (สาขาในประเทศไทยก็มีแล้วครับ)
มีเวลาทานได้ 60 นาที เป็นชาบู เนื้อ + หมู ผัดสด ข้าว และชาเขียว

เนื้อ หมู ผักสด

รีวิวไป หิวไป

HOTEL ROUTE INN เป็นโรงแรมในโตเกียว คณะของเราพักกันที่นี่ 2 คืนครับ
เนื่องจากห้องพักแบบ เตียงคู่มีจำกัด
ลุงเด้ง ป้าไก่ เลยได้มาคนละ 1 ห้อง (รวม 2 ห้อง) แต่เป็นห้องนอนแบบ เตียงเดี่ยว

ห้องแรก ไว้เก็บของ ห้องที่ 2 ไว้นอนอย่างเดียว

อุปกรณ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานทั่วไป ให้คะแนนความสะอาด 10 / 10 เลยครับ

วันที่ 4 : อิสระทั้งวัน หรือ เลือกซื้อทัวร์โตเกียวดิสนีย์แลนด์

ในการเดินทางไปกับ Package Tour ข้อดีคือเดินทางสบาย ได้เที่ยวหลายแห่ง แต่ต้องไปตามโปรแกรม

และถ้าในโปรแกรมมี 1 วันที่เป็นให้เราสามารถได้ เที่ยวตามอิสระ 1 วัน ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถวางแผน อยากไปที่ๆ อยากไปเองได้ เพราะลุงเด้ง ตั้งใจมาสอยกีตาร์ GIBSON ES335
ซึ่งราคาถูกกว่าเมืองไทย ประมาณ 30,000 บาท แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

เช้าวันนี้ ลุงเด้ง ป้าไก่ ตั้งใจไม่ทานอาหารเช้าที่โรงแรม (ฟรี) เพราะอยากจะนอนให้เต็มอิ่ม เลือกตื่น 9 โมงเช้า
แล้วเริ่มต้นออกเดินทางในเวลา 10 โมง แบบพลังเต็ม 100% เพราะตื่นเช้ามาหลายวันแล้ว 555

อาหารเช้าวันนี้เลือกทานร้าน Café Restaurant Gusto เป็นร้านอาหารราคาประหยัดข้างๆ โรงแรม มีหลายสาขาในญี่ปุ่น
http://www.skylark.co.jp/gusto/

อาหารจานหลัก ราคา 523 เยน
ข้าว + ซุป ราคา 199 เยน

สเต็กเนื้อสับ ใส่ชีส จานละ 523 เยน

น้ำ 2 แก้ว แบบรีฟิว เดินไปกดเองได้เลยครับ มีให้เลือกหลายชนิด

สาวก GODIVA ต้องมาลองชิม Godiva Cafe ตั้งอยู่ที่ Railway SHINJUKU Station

เมนูแนะนำ Chocolat blanc, au The vert de Uji หรือ White Chocolate with Green Tea Matcha (ปั่น) ราคา 574 เยน
เว็บไซต์ http://www.godiva.co.jp/

เป้าหมายต่อไปคือ ไปเยือน Diver City Tokyo Plaza เป็นที่ตั้งของ หุ่นกันดัมเหมือนจริงสูง 18 เมตร
http://www.divercity-tokyo.com/

การเดินทาง
เดินเท้าห้านาทีจากสถานีไดบะบนรถไฟสาย New Transit Yurikamome Line
หรือ
สถานี Tokyo Teleport บนรถไฟสาย Tokyo Waterfront Area Rapid Transit Line

ชิงช้าสวรรค์เฟอริส (Ferris Wheel) เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุด ติดอันดับของโลก โดยมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 115 เมตร คนนิยมขึ้นไปชมวิวอ่าว โตเกียว และ เกาะโอไดบะกัน

ตกเย็นกลับมาเดินเล่นที่ SHIBUYA เป้าหมายคือ การมาซื้อกีตาร์ Gibson ES335 ราคาถูกกว่า เมืองไทย 30,000 บาท

ก่อนกลับโรงแรม แวะทาน St. Marc Cafe เป็นร้านกาแฟ เล็กๆ ที่มีสาขาในหลายประเทศ
http://www.saint-marc-hd.com/cafe/

วันที่ 5 : วัดนาริตะ – ประเทศไทย

วันสุดท้ายของการเดินทางแล้วละครับ โปรแกรมวันนี้คือ อาหารเช้าที่โรงแรม - วัดนาริตะ - สนามบินนาริตะ กลับเมืองไทย
ไกด์สอบถามว่า จะไปวัดนาริตะ หรือจะไป Shopping ที่ห้าง AEON ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบิน

ทุกคนลงความเห็นว่า ไป Shopping ที่ ห่าง AEON กันทุกคน 555

เริ่มต้นกันที่อาหารเช้าของโรงแรม HOTEL ROUTE INN

โรงแรมในญี่ปุ่น จะมีอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น มากกว่าแบบ ตะวันตก ซึ่งเป็นข้อดีมากๆ

แฮม กับ ไข่หวาน แบบญี่ปุ่น

ข้าวแกงกะหรี่

สลัดทูน่า

ปลาปลาแมคเคอเรล มิโซะ อร่อยมากๆ

ทานอิ่มแล้วต้องนำภาชนะทั้งหมดไปวางไว้ในที่ๆ จัดเตรียมไว้ให้ด้วยนะครับ

Check Out เตรียมตัวไป Shop ที่ห้าง AEON เป็นการปิดทริปอย่างสมบูรณณ์ที่สุด

AEON เป็นห้างที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสนามบิน นาริตะ
วันที่เดินทางไปก็มีการลดราคากันเยอะมากๆ

เสื้อกันหนาวตัวนี้ ลด 70% ป้าไก่ จัดมา 1 ตัว เหลือเป็นเงินไทย 1,200 บาท

ร้านนี้ก็ลดหนักเหมือนกัน

จุดหมายที่แท้จริงของเรา Supermarket ของ AEON ครับ

มีเวลาแค่ 60 นาที จัดด่วนเลย

อยากจะซื้ออะไร ก็ได้นะครับ เพราะเท่าที่ตรวจสอบราคา ที่ห้างนี้ราคาดีที่สุดแล้วครับ
ส่วนขนมอื่นๆ ที่ห้างนี้ไม่มีก็ไปจัดกันต่อที่สนามบินครับ

ข้อดีของห้างนี้นอกจากราคาถูกแล้ว ยังมีบริการกล่อง สำหรับส่งขึ้นเครื่อง แต่เราต้อง PACK เองนะครับ

ได้เวลากลับประเทศไทยกันแล้วละครับ
นาริตะ - กรุงเทพฯ JF 989 เวลาออก 14.00 ถึงกรุงเทพ 19.10

ตอนมานั่งเบาะไหน ตอนกลับ ก็นั่งที่เดิมครับ

อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่อง

ขากลับ อาหารหน้าตาดีกว่าตอนขามา และอร่อยกว่าด้วยครับ

อาหารว่างจะเสิร์ฟอีกครั้งประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเครื่องลง
แต่ระหว่างการเดินทางสามารถขอเครื่องดื่มต่างๆ ได้ตลอดเวลาครับ

อาหารว่างขากลับ มีให้เลือก 2 รายการ
1. ขนมปังแฮม
2. แซนวิชทูน่า ชีส
เครื่องดื่มก็บริการเต็มที่ครับ
ยกเว้นเบียร์สิงห์ และ ไฮเนเก้น จำหน่ายกระป๋องละ 120 บาท
ไวน์ขาว ไวน์แดง จำหน่ายขวดละ 180 บาท

เครื่องลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 19.10 น.

การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ประทับใจมากครับ ได้ซื้อของที่อยากได้ ได้ทานของอร่อย
ขอบคุณที่ติดตามชมกันมาจนจบ เป็นรีวิวที่ค่อนข้างยาวซักนิดนะครับ

Leave a comment