เที่ยวดานัง กับ เวียดนามแอร์ไลน์

เที่ยวดานัง กับ เวียดนามแอร์ไลน์

01ลุงเด้ง ป้าไก่ ได้รับเชิญจากสายการบินเวียดนาม (VN) สายการบินประจำชา่ติของเวียดนาม 
ร่วมเดินทางไปกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ ดานัง วันที่ 26 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา

ดานัง เมืองท่องเที่ยวสำคัญของเวียดนาม ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศ ติดทะเล
มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเช่น หมู่โบราณสถานเมืองเว้ (Hue), เมืองเก่าฮอยอัน (Hội An),
Bà Nà Hills และอื่นๆ02ทริปนี้ลุงเด้ง ป้าไก่ นั่ง Business Class นั่งสบายๆ บิน 1.35 นาทีก็ถึงสนามบินดานัง

เวียดนามแอร์ไลน์ เปิดเส้นทาง กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) - ดานัง (Danang) สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน A321 ใช้เวลาบินประมาณ 1.35 นาที
VN620 จากกรุงเทพ (BKK) 01:45 ถึงดานัง (DAD) 03:20 (จันทร์ อังคาร พฤหัส อาทิตย์)
VN621 จากดานัง (DAD) 22:55 ถึงกรุงเทพ (BKK) 00:30+1 (จันทร์ พุธ พฤหัส อาทิตย์)
https://www.vietnamairlines.com/th/en/home

61เวียดนามแอร์ไลน์ เป็นสายการบิน full Service เทียบเท่าสายการบินอื่นๆ ในระดับเดียวกัน อาหารที่เสิร์ฟในชั้นธุรกิจ หน้าตา และรสชาติ จัดว่าออกมาดีมาก 

09ตารางการบินออกจากกรุงเทพไปดานังอาจจะไม่สวย เพราะเครื่องบินลงที่สนามบินดานังประมาณ ตี 3 ครึ่ง ต้องนั่ง TAXI ไปโรงแรม แต่ข้อดีคือเราเข้าที่พักนอนพักผ่อน ตื่นสายๆ พร้อมลุยได้ตลอดวัน

62คืนแรก ลุงเด้ง ป้าไก่ เข้าพักที่ โรงแรม ONE OPERA ระดับ 4 ดาว ห้องพักตกแต่งด้วยไม้จริง ห้องใหญ่มากๆ ราคาเริ่มต้นที่  2,xxx บาท รวมอาหารเช้า (ราคาเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา) ตรวจสอบราคา และจองห้องพักได้ที่ http://goo.gl/L9srgQ

17โรงแรม ONE OPERA ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดานัง จัดว่าเป็นโรงแรมที่สะดวกมากในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆ 

63Day 01 : ไฮไลท์ของวันนี้คือ Bà Nà Hills สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ใครไปดานัง ก็ต้องแวะไปที่นี่กันทุกคน

“Ba Na Hills” อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร มีทั้งรีสอรท์ สวนสนุก วัดจีน รูปแบบเหมือนกับ Genting Highlands ในมาเลเซีย เราต้องนั่งกระเช้าขึ้นสู่บานาฮิลล์ท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามขอหุบเขา ต้นไม้เขียวขจี น้ำตกสายยาวๆ ลากผ่านหุบเขา และอากาศโดยรอบจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ลุงเด้ง ป้าไก่เดินทางไปหน้าร้อนด้านล่างร้อน แต่พอขึ้นมาแล้วอากาศเย็นสบาย

ถ้าเพื่อนๆ มาช่วงหน้าหนาวต้องเตรียมเสื้อกันหนามกันมาเลยนะครับ...

25กระเช้าที่ Ba Na Hills แห่งนี้ได้รับการจดบันทึกความเป็นที่สุด อยู่ 2 เรื่อง โดย Guinness World Records คือ กระเช้าที่ยาวที่สุด (5,042 m) โดยไม่หยุดแวะ และกระเช้าที่สูงที่สุดที่ (1,291 m) โดยไม่หยุดแวะเช่นเดียวกัน

28ภายใน Ba Na Hills มีหมู่บ้านฝรั่งเศสที่สวยงามมากๆ เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด อากาศเย็นสบายลุงเด้ง ป้าไก่ มาหน้าร้อน แต่อากาศบนนี้ประมาณ 24 องศา เรียกว่าเดินเล่นกันสบายๆ เหมือนอยู่ในยุโรปเลย

Bana Hills French Village (Da Nang, Vietnam) #theta360 - Spherical Image - RICOH THETA

64ภาพชุดนี้เป็นเพียงบางส่วนของหมู่บ้านฝรั่งเศส มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมากจริงๆ

Bana Hills French Village (Da Nang, Vietnam) #theta360 - Spherical Image - RICOH THETA

65 นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกที่อยู่ในตัวอาคาร และภายนอก และยังมีขบวนพาเหรด ให้ความบันเทิงกับนักท่องเที่ยว 

66สวนดอกไม้เมืองหนาว แบบในยุโรป นักท่องเที่ยวก็สามารถมาถ่ายรูปกันได้ และไม่ใช่พื้นที่เล็กๆ นะครับ เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เดินกันเมื่อยขาเลยครับ

25ทริปนี้เราใช้เวลาอยู่บน Ba Na Hills ประมาณ 4 ชั่งโมง แต่ความจริงไม่พอนะครับ ต้องมี 6 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่งั้นเก็บไม่หมด เพราะยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่ยังไม่ได้ไป เพราะเวลาไม่พอ

54Day 02 : วันนี้เราจะเดินทางไปยัง ฮอยอัน เมืองมรดกโลกอันเลื่องชื่อของเวียดนาม เมืองนี้จะให้ดีก็ต้องมีเวลาเดินเล่นไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เดินชิลล์ๆ ถ่ายรูป จิบกาแฟ ซื้อของที่ระลึก พี่ๆ น้องๆ ฮิปเตอร์ทั้งหลายต้องไม่พลาด

67สะพานญี่ปุ่น แห่ง ฮอยอัน สร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 17 โดยชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในฮอยอันเมื่อครั้งอดีต เพื่อเชื่อมถนน Tran Phu กับถนน Nguyen Thi Minh Khai ที่มีลำคลองทอดผ่านแบ่งเขตชุมชนญี่ปุ่น(ในอดีต)ให้แยกตัวออกมา โครงสร้างสะพานสร้างด้วยปูนและไม้ มีหลังคามุงกระเบื้องดินเผาโบราณ ภายในสะพานเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าที่สร้างเพื่ออุทิศแด่ดั๊กเดและตรันหวู ที่ช่วยปกปักรักษาสะพานและชาวเมืองให้อยู่เป็นสุข ปลายสะพานฟากหนึ่งมีรูปปั้นลิง อีกฟากหนึ่งเป็นรูปสุนัข เพราะสะพานแห่งสร้างในปีวอก(ลิง) สร้างเสร็จในปีจอ(สุนัข)

เมื่อข้ามสะพานมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง จะเป็นหมูบ้านโบราณ ที่ปรับเป็นร้านกาแฟ ร้านขายงานศิลปะ ของที่ระลึก

68สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc Kien Assembly Hall) ศูนย์รวมของชาวจีนที่อพยพข้ามทะเลเข้ามาในช่วงปี พ.ศ.2388-2428 จะเห็นได้จากบ้านเก่าแก่ประจำตระกูลกว่า 20 หลัง ตลอดจนจั่วฟุกเกี๋ยนที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2335 ซึ่งถือเป็นสามคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน ใช้สำหรับเป็นที่พบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน และยังใช้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษของตน

56ช่วงเย็นเรานั่งรถต่อไปยังเมืองเว้  คืนนี้เราจะไป "นั่งเรือมังกรล่องลำน้ำหอม"

แม่น้ำหอม ภาษาเวียดนามเรียกว่า "ซงเฮือง" มีต้นกำเนิดของลำน้ำอยู่ในป่าที่อุดมไปด้วยดอกไม้หอมเมื่อดอกไม้ร่วงลงในแม่น้ำ สายน้ำนี้จึงมีกลีบดอกไม้ไหลผ่านมาเรื่อยๆ ชาวบ้านจึงเรียกว่า "แม่น้ำหอม" แม่น้ำสั้นๆ สายนี้ไหลผ่านกลางเมืองเว้ ในเขตจังหวัดถัวเทียน-เว้ แม่น้ำกว้างแต่ไม่ลึกและใสสะอาด ตลอดลำน้ำสองฟากฝั่ง มีความสวยงามทั้งแมกไม้ วัดวาอาราม รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน

ในอดีต กษัตริย์ทรงโปรดล่องเรือชมการร่ายรำขับกล่อมดนตรี ซึ่งการแสดงนี้ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาจนปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวได้รับชมบรรยากาศในอดีต ชมการขับร้องดนตรีพื้นเมือง ตลอดจนชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำหอมอันเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

57Day 03 :  พระราชวังหลวง นครจักรพรรดิ์ (Imperial Enclosre) หรือ พระราชวังต้องห้าม ( The Purple Forbidden City) พระราชวังเดิมนี้สร้างในปี ค.ศ. 1805 สมัยจักรพรรดิ์ Gia Long  แล้วเสร็จในปี ค.ศ 1832 สมัยจักรพรรดิ์ Ming Mang รวมระยะเวลาก่อสร้าง 27 ปี

พระราชวังนี้สร้างตามแบบพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน แต่ได้ย่อส่วนลงมาจากต้นแบบ แม้ว่าจะถูกย่อส่วนแต่ก็ใหญ่โตไม่น้อย เช่นกำแพงวังมีความยาวถึง 11 กม.(ด้านละประมาณ 2.5 กม.) มีความสูง 6 เมตร หนา 2 เมตร มี 11 ประตู มี 24 ป้อมปราการ พระราชวังนี้ได้ออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น แต่ละชั้นจะประกอบไปด้วยพระราชวังและตำหนักต่างๆ

Imperial Enclosure, Hue, Vietnam #theta360 - Spherical Image - RICOH THETA

ส่วนชั้นในจะมีพระราชวังต้องห้าม เป็นเขตเฉพาะเครือญาติของราชวงค์เหงียนเท่านั้น....พระราชวังแห่งนี้ถูกเผาจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1945 ซึ่งได้รับความเสียหายเป็นอันมาก  จากนั้นก็กลายเป็นพระราชวังร้าง ครั้นถึงค.ศ 1968

หรือสมัยสงครามเวียดนามก็ถูกเครื่องบินสหรัฐทิ้งระเบิด เนื่องจากเป็นที่ซ่องสุมของพวกคอมมิวนิสต์ เมื่อสงครามสงบ Unesco จึงเข้ามาบูรณะ และได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ 1993

70ก่อนบินกลับเราไปแวะสักการะ วัดลิงอื๊ง-บ๊ายบุต อยู่บนคาบสมุทร เซินจ่า ห่างจากนครดานังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ10กิโลเมตร วัดนี้ตั้งอยู่บนความสูง 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้านหลังคือภูเขาด้านหน้าหันออกสู่ทะเลตะวันออก ตำแหน่งนี้คือจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของเมืองดานัง

คำว่า "บ๊ายบุต" บ๊ายคือชายหาด บุตคือพระพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึงเมื่อมีเรือที่ประสบภัยในทะเลหากเข้ามาหลบภัยแถวนี้จะได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย  ความเป็นมาของวัด ในสมัยกษัตริย์มิงหมาง ชาวประมงได้พบองค์เจ้าแม่กวนอิมบนหาดทรายจึงตั้งศาลบูชา นับตั้งแต่นั้นชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมคุ้มครองชาวบ้านให้คลาดแคล้วจากภัยพิบัติ ฝนฟ้าคลื่นลมสงบให้ทุกคนมีความมั่นใจในการออกไปหาปลา

ในปี 2004 ช่วงสงครามต่อต้านสหรัฐอเมริกา ศาลเจ้าแม่กวนอิมนี้ถูกทำลาย พระมหาเถระทิก เถียน เหงวียนได้เปิดการรณรงค์เรียกร้องให้พุทธศาสนิกชนร่วมสมทบก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่และภายหลังใช้เวลาก่อสร้างถึง6ปี

71ดานัง มีอะไรมากกว่าที่ลุงเด้ง ป้าไก่ คาดไว้เยอะมากเลย จริงๆ แล้ว ทริปนี้เที่ยว 3 วันเต็ม ก็ยังไม่พอ ถ้าเพื่อนๆ จะเก็บดานังให้ครบต้องมี 4-5 วันขึ้นไป ค่อยๆ เที่ยว ค่อยๆ เดิน ชิลล์

ขอบคุณ สายการบิน เวียดนามแอร์ไลน์ ที่พา ลุงเด้ง ป้าไก่ ไปพบกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม https://www.vietnamairlines.com/th/en/home

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a comment