กรุงโซล มุ่งหน้าสู่ จอนจู

กรุงโซล มุ่งหน้าสู่ จอนจู

เจาะลึก วิธีการเดินทางสู่ เมือง จอนจู - Jeonju (전주)
เมืองที่วัยรุ่นเกาหลีสวมชุดฮันบกสีสดใสเดินชมเมืองเก่า
ต้นกำเนิดบีบิมบับ อาหารอร่อยริมถนน แนว Street food มากมาย
คงไว้ซึ่งความงามของเมืองจอนจูแบบดั้งเดิม

เมืองนี้เป็นบ้านเกิดนักร้องนำวงเกิร์ลเจน "คิม แทยอน" และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์พีเรียดหลายเรื่องเช่น Moon Embraces the Sun, Sungkyunkwan Scandal (บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น) และ Just an ordinary love story

ลุงเด้ง ป้าไก่ ตั้งใจทำรีวิวเจาะลึกเมืองจอนจูให้ชมกัน ในทุกมุมที่เพื่อนๆ จะนำไปใช้เป็นคู่มือในการท่องเทียวให้สนุกมากยิ่งขึ้น

ไฮไลท์ของเมืองจอนจู (전주)

- ที่พักแบบ "ฮันนก บ้านโบราณ"
- หมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village)
- ศาลเจ้า "คยองกีจอน" (Gyeonggijeon)
- โอโมกแด - อีโมกแด" (Imokdae - Omokdae) จุดชมวิวบนเนินเขา
- โรงเรียนขงจื้อ "จอนจู ฮยางคโย" (Jeonju Hyanggyo)
- โบสถ์ร้อยปี (Jeondong Catholic Church)
- หมู่บ้านหลากสี (Jeonju Jaman Village)

กิจกรรมที่ห้ามพลาด

- สวมชุดฮันบก เดิมชมเมืองจอนจู (10,000-20,000 วอน / 300-600 บาท) เช้า-เย็น

อาหารอร่อย เมืองจอนจู ที่ห้ามพลาด

- อาหารประจำเมือง Bibimbab ( ข้าวยำเกาหลี ) ต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองนี้
- คั่ลกุกซู (Kalguksu) บะหมี่เกาหลี ร้าน 베테랑 (เพเท่รัง) Veteran Kalguksu
- เนื้อวัวกระทะร้อน ร้าน "คโยดง ซอก กัลบี" (Gyodong Seok galbi)
- บิงซู ร้าน Grandma's best อร่อยทีสุดในเมือง
- Kongnamul gukbap (ซุปถั่วงอก ใส่หมึก) ร้าน Jeonju Hyundaiok
- Street Food ของอร่อยริมทาง ราคาประหยัด

การเดินทาง จาก "กรุงโซล" มุ่งหน้าสู่เมือง "จอนจู" วิธีที่ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และรวดเร็วที่สุดคือ รถไฟความเร็วสูง KTX (Korea Train eXpress) จากสถานี Yongsan Station มุ่งหน้าสู่เมืองจอนจู Jeonju

แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าก่อนเดินทาง ทั้งขาไป และ ขากลับ เพราะเส้นทางนี้เต็มตลอด จากประสบการณ์ ลุงเด้งป้าไก่ จองขาไปก่อนเดินทาง แต่ขากลับไปจองตอนที่อยู่ที่เมืองจอนจู วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ ... ตั๋วเต็มครับ!!!

ลุงเด้งป้าไก่ ต้องจำใจซื้อชั้น First Class กลับกรุงโซล (ไม่อย่างนั้นก็ต้องกลับวันถัดไปซึ่งก็ไม่ทันขึ้นเครื่องบินกลับไทย) เพราะฉะนั้น จองล่วงหน้า ทั้งขาไป และขากลับนะครับ (วันธรรมดายังพอมีลุ้น แต่ถ้าเป็นศูกร์ เสาร์ อาทิตย์ โอกาสเต็มสูงมาก)

เราสามารถซื้อตั๋ว KTX ล่วงหน้าได้ที่ https://goo.gl/PnKU9b

KTX มุ่งหน้าจาก Seoul (สถานี Yongsan Station) -> Jeonju วันละ 4 เที่ยว
ตั๋วมี 3 ประเภทคือ First Class / Economy Class / Standing (Not Assigned)

หลังจากเราเลือก เวลาในการออกเดินทาง ก็จะเข้าสู่หน้า เลือกประเภทของตั๋ว First Class / Standard Class / Standing (Not assigned)

ตั๋วที่ถูกที่สุดคือ Standing / Not assigned (ตั๋วยืน หรือ ไม่ระบุที่นั่ง) คือ ระหว่างเดินทางถ้ามีที่นั่งว่างเราก็ไปนั่ง แล้วในสถานที่ต่อไปถ้าเจ้าของที่มา เราก็ลุกไปนั่งที่อื่นที่ว่าง หรือถ้าเต็มทุกที่นั่งเราก็ยืนตลอดเส้นทาง

จากนั้นเข้าสู่หน้า ระบุข้อมูลส่วนบุคคล และต่อเนื่องไปยังหน้าชำระเงินด้วยบัตรเครดิต จากนั้นจะได้รับข้อมูลยืนยันมาทาง E-mail เราก็ Print ไปแสดงที่สถานีเพื่อขอรับตั๋วจริง

รถไฟความเร็วสูง KTX จาก Incheon Aiport -> Jeonju ก็มี แต่มีเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น ถ้าเราลงเครื่องมาแล้วต่อรถไฟได้เลยจะดีมาก

กลับมาที่ สถานี Yongsan Station : ทริปนี้ลุงเด้งป้าไก่ เดินทางมาขึ้นรถไฟความเร็วสูง KTX (Korea Train eXpress) ที่สถานี Yongsan Station มุ่งหน้าสู่เมืองจอนจู Jeonju เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วที่สุด เพราะมีให้เลือกถึงวันละ 4 เที่ยว

มาแล้วอาจจะงง ว่าจะไปซื้อตั๋ว หรือ นำ E-Ticket ไปแลกเป็นตั๋วจริงได้ที่ไหน --- ง่ายมาก เดินไปถามที่ Information ได้เลย ยื่นตั๋วให้ดู เจ้าหน้าที่จะแจ้งเองว่าไปซื้อ หรือไปแลกตั๋วจริงได้ที่เคาน์เตอร์ไหน

ขั้นตอนนี้คือการมาซื้อตั๋ว หรือ นำ E-Ticket ไปแลกเป็นตั๋วจริง

ได้ตั๋วจริงมาแล้วก็ต้องดูให้เข้าใจด้วยนะครับ ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

- ตรวจสอบวันที่ในการเดินทาง

- ตรวจสอบสถานีที่ต้นทาง (Yongsan) และ สถานีปลายทาง (Jeonju)

- เวลาออกเดินทาง จากสถานีต้นทาง 07:15 และ เวลาถึงสถานีปลายทาง 08:54 (สำคัญมาก)

- Train No. ในตั๋วระบุหมายเลข 703 ขบวนรถไฟ (สำคัญมากเช่นกัน)

- Car no. ในตั๋วระบุหมายเลข 16 (ตู้รถไฟหมายเลข 16)

- Seat No. ในตั๋วระบุ 3A

ได้ตั๋วจริงมาแล้ว ทำความเข้าใจกับตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ เราจะไปขึ้นรถไฟที่ Track อะไร??? ง่ายๆ ให้มองไปที่ Monitor ป้าย Departures ในตั๋วที่ได้รับมาระบุ Train No. 703 ในป้ายแจ้งว่าให้ไปที่ Track 7 รถไฟจะมาจอดเวลา 07:15 (เพราะฉะนั้น เราต้องไปให้ถึงที่ Track ก่อนเวลารถไฟมา 15 นาที กันพลาดนะครับ)

ถ้าเราขึ้นเครื่องบิน ให้ไปที่ GATE / ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูง KTX ให้ไปที่ Track นะครับ

KTX มุ่งหน้าจาก Seoul (สถานี Yongsan Station) -> Jeonju ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กว่าๆ เราซื้ออาหาร ขนม เครื่องดื่มไปกินในรถไฟระหว่างการเดินทางได้ ภายในรถไฟก็มีตู้น้ำดื่ม ตู้ขนมแบบหยอดเหรียญ และมีพนักงานเข็นอาหารว่างมาขายเช่นกัน

เมือเราไปถึง Track 7 ให้มองที่พื้น จะมีตัวเลขระบุตำแหน่ง "Car no."  ในตั๋วของเราระบุหมายเลขอะไรก็ไปยืน หรือ หาที่นั่งในจุดนั้นๆ

รถไฟ KTX จะมาตรงเวลา หรือถ้ามาก่อน หรือหลังเวลา ก็จะมีเสียงประกาศให้ทราบ... ถ้ามาก่อนเวลา ต้องดูให้ดีว่า ใช่ขบวนที่เราจะนั่งไปด้วยหรือป่าว (หรือถามคนแถวนั้นก็ได้เช่นกัน) นอกจากนั้น เรายังต้องดูด้วยว่า เราขึ้นถูกตู้หรือป่าว ในตั๋ว Car no. ระบุหมายเลข 16 (ตู้รถไฟหมายเลข 16) ถ้าใช่ก็ขึ้นเลย

ภายในรถไฟมีที่เก็บกระเป๋า (พื้นที่จำกัดมาก) แนะนำให้ขึ้นก่อนจะได้มีที่วางกระเป๋า ถ้าที่วางกระเป๋าเต็มจะทำยังไง... ทางเลือกสุดท้ายคือ ถ้าใบใหญ่ให้เอามาแทรกไว้ตรงที่วางเท้า แล้วเราก็นั่งแบบนั่งขัดตะหมาด หรือนั่งขัดสมาธิ ไม่ลำบาก เพราะที่นั่งใหญ่

บรรยากาศในรถไฟ บางคนก็เอากระเป๋าเดินทางขนาดกลางวางไว้บนที่วางของเหนือศีรษะ แต่ต้องใบไม่ใหญ่นะ ถ้าใบใหญ่เกินที่ชั้นวาง ตกลงมาต้องมีคนคอหักบ้างแหละ 555  สุดท้าย... Seat No. ในตั๋วระบุ 3A  นั่นคือหมายเลขที่นั่งของเรา

การนำอาหารขึ้นมากินบนรถไฟความเร็วสูง KTX ไม่ใช่เรื่องแปลก ใครๆ ก็ทำกัน และบนรถไฟขบวนนี้ก็มีอาหารว่าง ขนม เครื่องดื่มขาย จะซื้อจากด้านนอกหรือซื้อบนรถไฟก็ไม่มีใครว่า กินได้สบายใจ อาหารชุดกล่องนี้ก็ไม่แพง ข้าวสวย พร้อมกับข้าว ราคา 3,500 วอน (ประมาณ 105 บาท)

อาหารกล่องชุดนี้ก็ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อในสถานีตอนรอรถไฟนี่แหละครับ เข้าเตาไมโครเวฟ อุ่นมาร้อนๆ เลย พอรถออกเราก็เริ่มกินกันเลย

การเดินทางจาก สถานีที่ต้นทาง (Yongsan) เวลา 07:15  ถึงสถานีปลายทาง (Jeonju) เวลา 08:54 ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ แนะนำว่าให้ตั้งเวลาปลุก ก่อนถึงประมาณ 15 นาที เพราะบางที เราหลับเพลิน แล้วนั่งเลยป้าย อันนี้งานเข้าเลยครับท่าน เพราะ Jeonju ไม่ใช่สถานีปลายทาง รถไฟยังวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะหลับ ก็ให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ไม่งั้นตัวใครตัวมันนะท่าน

มาถึงแล้วครับ ... สถานีปลายทาง Jeonju Station หน้าสถานีมีรถ TAXI มาจอดรอรับผู้โดยสาร ตามตารางการเดินรถไฟ  จอนจู เมืองเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีรถไฟใต้ดิน เฉพาะฉนั้น Taxi สะดวกที่สุด

ภายใน Jeonju Station มี Information Center แนะนำให้เข้าไปขอ แผนที่ท่องเที่ยว เมืองจอนจู ภาษาอังกฤษ และแผนที่ภาษาเกาหลีที่มีรวมร้านอาหารท้องถิ่นใน หมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village) เมื่อได้แผนที่มานำมาเทียบกับแผนที่ภาษาอังกฤษ เราพอจะคำนวนที่ีตั้งของร้านนั้นๆ ได้

Download แผนที่ขนาดใหญ่ได้ที่นี่ : https://www.uncledeng.com/wp-content/uploads/2017/10/Jeonju_Hanok_village_big.jpg

Download แผนที่ขนาดใหญ่ได้ที่นี่ : https://www.uncledeng.com/wp-content/uploads/2017/10/jeonju_hanok_map-big.jpg

นักท่องเที่ยวที่มา ยังเมืองจอนจู ส่วนมากจะพักใน หมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village) และพักในบ้านโบราณแบบ "ฮันนก" จาก Jeonju Station เราจะนั่ง Taxi ไปลงที่หมู่บ้านโบราณ ค่า TAXI เริ่มต้นที่ 2,800 วอน

ใช้เวลาในการเดินทางจาก Jeonju Station มายัง หมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village) ประมาณ 20 นาที ค่าโดยสาร 6,100 วอน (ประมาณ 180 บาท) เท่านั้น

นักท่องเที่ยวเกือบ 100% จะพักอยู่ใน หมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village) แห่งนี้ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีถนนเส้นหลักไม่กี่สายที่รถสามารถวิ่งผ่านได้ แต่ก็มีถนนสายเล็กๆ ที่รถไม่สามารถเข้าได้ เพราะฉะนั้น Taxi จากสนามบินจะมาจอดที่ถนนเส้นหลักแห่งนี้ แล้วเราก็ลากกระเป๋าไปยัง ที่พักแบบ "ฮันนก" (บ้านโบราณ) ที่เราจองไว้ เดินไม่ไกลเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เตรียมแผนที่ ชื่อสถานที่พัก ไว้ให้ดี ถ้าไปไม่ถูกถามคนแถวนั้นได้ น่าจะพอชี้ทางกันถูกครับ

บรรยากาศในหมู่บ้านโบราณ (Jeonju Hanok village) ก็จะเป็นบ้านลักษณะแบบนี้ทั้งเมือง เนื่องจากชุมชนนี้มีข้อตกลงกันว่า ถ้าจะสร้างบ้าน สร้างอาคารใหม่จะต้องสร้างเป็นแบบบ้านโบราณเท่านั้น

เสน่ห์ของหมู่บ้านโบราณแห่งเมืองจอนจู นอกจากจะเป็นเมืองเก่า นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังแต่งชุดฮันบก (ชุดประจำชาติเกาหลี) เดินชมเมือง ถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ กันทั้งเมือง ด้วยค่าเช่าชุดเพียง  (10,000-20,000 วอน / ประมาณ 300-600 บาท) เช้า-เย็น

ลุงเด้งป้าไก่ ยังมีเรื่องเล่าจากเมืองจอนจู ให้ติดตามชมกันอีกมากมายหลายตอน ทั้งเรื่องที่พัก อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และของฝาก ติดตามกันต่อไปนะครับ

Leave a comment